Fic 1827: Curse (First curse "Abnormal boy")

posted on 18 Mar 2011 22:58 by reborning in Fiction
กลับมาแล้วค่ะ
กับตอนแรกของฟิคยาว 1827 Curse
จากบทอินโทรที่เล่าถึงคำสาปประจำตระกูลของสึนะจัง
ตอนนี้หนูก็จะมาเล่าเรื่องสิบปีต่อจากตอนนั้น ><
อ่านไปแล้วอาจจะไม่สนุก พล็อตเรื่องไม่โอเค
แต่หนูก็ตั้งใจเต็มที่นะคะ
เอาเป็นว่าไปอ่านต่อได้เลยค่ะ
---------------------------------------------------------------------------
Fic's name: Curse
Lesson: First curse
Lesson's name: Abnormal boy
Pairing: 1827 (Hibari+Tsuna)
Rate: อ่านได้ทุกเพศทุกวัยค่ะ

สิบปีต่อมา

ท่านพ่อ ข้าจะออกไปซื้อกิโมโนกับพ่อบ้าน ท่านให้ข้าไปได้หรือไม่เสียงหวานๆของเด็กหนุ่มหน้าหวานที่ใครๆดูก็คิดว่าคนๆนี้ไม่น่าจะเป็นผู้ชายได้เลยพูดกับพ่อของตนที่ยืนอยู่บริเวณสวนกุหลาบของคฤหาสถ์

รีบไปรีบกลับนะสึนะ ระวังตัวด้วยล่ะลูก เดี๋ยวนี้มีคนดักฉุดเคะสวยๆอยู่บ่อยๆผู้เป็นพ่อหันมาพูดกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตน

เด็กหนุ่มพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น แล้วรีบหมุนตัวเดินไปคล้องแขนพ่อบ้านที่จะพาเข้าออกไปข้างนอก ยิ้มอย่างน่ารักพลางหันไปพูดกับคนเป็นพ่อที่ยืนดูตนไม่วางสายตาว่า

มีพ่อบ้านแรมโบ้อยู่ด้วยทั้งคน ทำไมผมต้องกลัวอะไรด้วยล่ะครับ จริงมั๊ยครับคุณแรมโบ้ ว่าที่คุณแม่ของผม สึนะหันมาแซวคนที่ตนยืนคล้องแขนอยู่ ก็อดหัวเราะไม่ได้ที่คนถูกแซวนั้นหน้าแดง

คนเป็นบ่าวถูกคุณหนูของตนแซวทะเล้นๆก็หน้าแดงไปถึงใบหู ประจวบกับคุณหนูของตนรู้ดีว่าตนเองนั้นแอบชอบคุณรีบอร์นซึ่งมีศักดิ์เป็นพ่อของคุณหนูและนายใหญ่ของบ้านก็ยิ่งหน้าแดงขึ้นไปอีก

ว่าที่คุณแม่อะไรกันล่ะครับ คุณหนู... พ่อบ้านแรมโบ้รีบปฏิเสธคุณหนูของตนเองทันที ท่าทางแบบนี้ทำเอาคนได้รับคำปฏิเสธอยากแกล้งขึ้นไปอีก

ก็ผมได้ยินคุณพ่อบอกว่าจะเอาคุณแรมโบ้มาเป็นคุณแม่คนใหม่นี่ครับ ใช่มั๊ยท่านพ่อประโยคแรกบอกคนข้างๆ แต่อีกประโยคหันไปตะโกนถามคนที่ยืนฟังอยู่อีกด้าน

คงจะอย่างนั้นจะจริงหรือไม่จริงรีบอร์นก็ตอบคำถามของลูกชายตนเองไปแล้ว แต่คำตอบนั้นก็ทำเอาพ่อบ้านคนโปรดของคุณหนูเคะหน้าแดงขึ้นอีกเป็นเท่าตัวรีบหันไปหานายใหญ่ของตนแล้วพูดอย่างอายๆว่า

ท่านรีบอร์น!! อย่าไปพูดสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อย่างนั้นสิครับ!ท่าทางลุกลี้ลุกลนของพ่อบ้านคนโปรดของสึนะคงจะเป็นสิ่งที่เรียกเสียงหัวเราะจากสึนะได้ดี จนคนถูกหัวเราะรู้สึกตัว รีบทำตัวให้เป็นปกติ

อะแฮ่ม!แรมโบ้กระแอมเบาๆหนึ่งทีเพื่อเรียกความมั่นใจของตนเอง แล้วหันไปพูดกับคุณหนูของตนที่ทำหน้าตาล้อเลียนตนเองอยู่

คุณหนู... ถ้าอย่างนั้นเราไปซื้อกิโมโนกันเถอะครับพูดจบพ่อบ้านขี้อายก็รีบเดินนำหน้าคุณหนูของตนเองไปที่รถม้าที่เตรียมไว้

 

ณ แหล่งช็อปปิ้ง วองโกเล่ (สมัยนั้นเค้ามีแล้วรึ???)

สึนะเพลิดเพลินกับการเดินซื้อของต่างๆนาไปเรื่อยๆ ไม่ช้าจากที่ตั้งใจจะมาซื้อเพียงแค่กิโมโนเอาไว้สวมใส่พอจำเป็นกลับมีของกินของใช้อื่นๆเพิ่มขึ้นมามากมายอย่างรวดเร็ว จนคนทำหน้าที่แบกของแทบจะแบกไม่ไหวรีบเอ่ยปากบ่น

"คุณหนูครับ พอเถอะครับ ผมแบกของพวกนี้ไม่ไหวแล้วนะครับ" พ่อบ้านแรมโบ้บ่นเล็กน้อยพอให้คุณหนูของตนเองได้ยิน สึนะที่ได้ยินพ่อบ้านคนโปรดบ่นก็หันหลังกลับไปมองทันที ไม่ได้คิดถึงผลที่จะตามมาเมื่อรีบหันกลับไปมอง จึงทำให้แรมโบ้ที่หอบข้าวของต่างๆนาๆเดินเข้ามาชนคุณหนูของตนเองเต็มแรงเพราะคาดไม่ถึงว่าคุณหนูของตนจะหันหลังกลับมาแบบไม่บอกกล่าว

ตุ้บ!

โอ๊ย!” สึนะที่ล้มลงไปอุทานเสียงดังเล็กน้อยจนคนที่เดินสัญจรไปมาหันมามองกันทั่วหน้า

ผู้คนที่รู้จักตระกูลซาวาดะก็หันไปซุบซิบนินทากับคนที่อยู่ข้างๆ เรื่องที่ไม่ดีต่างๆนาๆเกี่ยวกับตระกูลซาวาดะของสึนะ

นี่เธอ.. นี่ไง คนนี้ไง คุณหนูซาวาดะที่เป็นกระเทยน่ะ ฮึๆ หญิงสาวคนหนึ่งหันไปกระซิบกับเพื่อนสาวผมสีน้ำเงินที่ยืนอยู่ข้างๆ หญิงสาวผมสีน้ำเงินได้ยินเพื่อนสาวของตนพูดถึงสึนะในทางที่ไม่ดีก็พูดปรามเบาๆ

                อย่าไปว่าคนอื่นเค้าอย่างนั้นนะเอ็มเอ็ม หญิงสาวผมสีน้ำเงินพูด แล้วรีบเดินไปช่วยพยุงสึนะให้ยืนแล้วยังช่วยปัดฝุ่นตามตัวสึนะออกให้อีก สึนะหันไปขอบคุณหญิงสาว

                ขอบคุณที่ช่วยนะครับ สึนะพูดแล้วโค้งให้น้อยๆ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าหญิงสาวมีผ้าปิดตาข้างขวาอยู่ ด้วยความสงสัยสึนะเลยจ้องผ้าปิดตาของโคลมนานไปหน่อยจนโคลมเอามือมาปิดผ้าปิดตาไว้นั่นแหละ สึนะถึงรู้สึกตัวว่าตนเองเสียมารยาทต่อคนที่ช่วยตนเองไปแล้ว จึงรีบขอโทษ

                ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ สึนะรีบก้มหัวให้หลายๆครั้งอย่างลุกลี้ลุกลน กริยาแบบนี้ทำเอาคนถูกขอโทษทำตัวไม่ถูก

                อ่า... ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พอเจอกันครั้งแรกก็มีแต่คนจ้องฉันทั้งนั้น เพราะฉะนั้น ฉันชินแล้วล่ะค่ะ โคลมพูดแล้วยิ้มให้คนตรงหน้า เธอเห็นคนตรงหน้าหยุดขอโทษเธอแล้วเธอจึงยื่นมือไปตรงหน้าของเด็กหนู่ม

                คุณคงจะเป็นคุณหนูซาวาดะสินะคะ ฉันโคลม โดคุโร่ค่ะ เธอพูด

                ยินดีที่ได้รู้จักครับ สึนะรีบยื่นมือไปจับกับมือของโคลมทันทีแล้วยิ้ม

                ฉันคงต้องรีบกลับบ้านแล้วล่ะค่ะ เดี๋ยวพี่ชายคงจะเป็นห่วงแย่ ขอตัวก่อนนะคะ โคลมรีบพูดแล้วเดินกลับไปหาเพื่อนสาวของตนที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว แล้วเธอก็เดินหายไปกับเพื่อนสาวของเธอ

                คุณหนูครับ~” พ่อบ้านแรมโบ้เรียกคุณหนูของตนที่ยืนเหม่ออยู่นานแล้ว สึนะสะดุ้งเล็กน้อยแล้วรีบหันหาต้นเสียงที่เรียกเขาเมื่อครู่นี้

                หืม ว่าไงครับคุณแรมโบ้ สึนะถามคนสนิทของเขา

                เราจะกลับกันเลยมั๊ยครับ แรมโบ้ถามคุณหนูของตนที่ทำหน้าตาเศร้าๆอยู่

...คุณหนูคงคิดถึงอดีตสินะครับ ถึงได้ทำหน้าเศร้าแบบนี้... แรมโบ้คิดในใจ มองคุณหนูของตนเองด้วยสายตาอ่อนโยนไม่ต่างจากที่รีบอร์นมองสึนะเลย

                ผมว่าผมอยากไปที่ร้านหนังสือตรงมุมนั่นก่อนน่ะครับ คุณแรมโบ้เอาของไปเก็บที่รถม้าก่อนก็ได้นะครับ สึนะชี้ไปที่ร้านหนังสือร้านหนึ่งตรงสุดมุมถนน รอจนแรมโบ้เดินลับตาไปแล้วจึงเดินไปที่ร้านหนังสือที่ว่า

 

ภายในร้านหนังสือ

                กรุ๊งกริ๊ง~

                เสียงกระดิ่งดังขึ้นเมื่อสึนะเปิดประตูของร้านหนังสือร้านนี้ กลิ่นหอมอ่อนๆของกระดาษลอยเข้าจมูกของสึนะทันทีที่เดินเข้าไปภายใน สึนะกวาดสายตามองบรรยากาศโดยรอบ ร้านนี้เป็นร้านขนาดไม่ใหญ่ไม่โตมากนัก มีตู้หนังสือสูงเท่าๆเพดานห้องอยู่ประมาณสิบห้าตู้ได้ ร้านนี้เป็นร้านเรียบๆ ให้บรรยากาศออกแนวธรรมชาติอยู่มากจนรู้สึกได้ สึนะยิ้มนิดๆพลางกวาดสายตาหาหมวดหนังสือที่ตนเองสนใจ แต่ก็ต้องสะดุ้งนิดๆเมื่อได้ยินเสียง...

                สวัสดีครับ มีอะไรให้ทางร้านเราช่วยมั๊ยครับ ชายที่มีผมสีขาว มีรอยสักสีเข้มรูปร่างแปลกตาสักอยู่ที่ใต้ตาขวา เข้ามาประชิดตัวสึนะแบบไม่ให้สุ้มเสียง เอ่ยถามพลางยิ้ม

...ยิ้มไม่น่าไว้ใจจัง คนๆนี้... สึนะคิดในใจแต่ก็ยังกล่าวสวัสดีกลับไป

                อ่ะ... เอ่อ... ส... สวัสดีครับ

                คุณต้องการหนังสือประเภทไหนครับ ชายหนุ่มผมขาวเอ่ยถามสึนะ เอียงคอน้อยๆเป็นเชิงรอคำตอบ

                ผม... อยากได้หนังสือเกี่ยวกับนวนิยายน่ะครับ สึนะที่ไม่ชินกับการถูกคนแปลกหน้ามาประชิดตัวก็พูดตอบกลับเสียงเบาหวิวแต่ก็ทำให้คนที่อยู่ใกล้ในระยะเผาขนได้ยินเป็นอย่างดี

                อ๊ออ... หนังสือนวนิยายหรือครับ งั้นเชิญทางนี้ ชายหนุ่มผมสีขาวเดินนำหน้าสึนะไปยังโซนหนังสือโซนหนึ่ง เขาหยุดถอยหลังไปเพื่อให้มีทางผ่าน แล้วเขาก็ผายมือไปที่ตู้หนังสือตู้หนึ่งที่อยู่ด้านหลังแล้วก็เดินกลับออกไปทางด้านหน้าของร้านเพื่อไปต้อนรับลูกค้าคนอื่นต่อ

                เมื่อชายผมขาวที่ไม่น่าไว้ใจสำหรับสึนะเดินจากไปแล้ว สึนะก็กวาดสายตาหาหนังสือนวนิยายที่ตนเองต้องการตามตู้นั้นไปเรื่อยๆ จนเจอหนังสือที่ตนเองต้องการ แต่ว่าหนังสือเล่มนั้นอยู่บนชั้นหนังสือที่สูงกว่าเขาไปสุดแขนของเขาพอดี หันซ้ายหันขวาก็ไม่พบใครอยู่ตรงบริเวณตู้หนังสือแถวนี้เลย เมื่อเห็นดังนั้นคุณหนูตัวเล็กก็พยายามเขย่งเท้าเพื่อที่จะให้คนเองสูงขึ้น มือก็พยายามคว้าเอาหนังสือนิยายที่ตนเองหมายตาไว้

                “!!!” เพราะความตั้งใจเกินไปของสึนะหรือเพราะว่าดวงซวยของเขา ทำให้เขาคว้าหนังสือที่ต้องการได้สำเร็จแต่หนังสือเล่มอื่นๆที่อยู่ตรงชั้นเดียวกันกับหนังสือเล่มนั้นก็พลอยร่วงออกจากชั้นตกลงมาสู่หัวของสึนะด้วย แต่ว่า...

                พลั่ก!!!

                ตุ๊บๆๆๆๆ (เสียงหนังสือตกกระทบพื้น)

                มีชายคนหนึ่งเข้ามาผลักสึนะให้พ้นจากรัศมีที่หนังสือจะตกลงมาถูกหัวของสึนะได้ แต่ตอนนี้สภาพของทั้งสองคนอยู่ในท่าที่ล่อแหลมมาก โดยชายที่เข้ามาช่วยสึนะคร่อมสึนะอยู่ด้านบนและใบหน้าของทั้งสองคนห่างกันไม่ถึงคืบ สึนะมองหน้าของคนที่เข้ามาช่วยเขาในระยะประชิดก็พบว่าเขาเป็นคนที่หน้าตาดีทีเดียว ใบหน้าคมเรียว นัยน์ตาสีนิลดูลึกลับ ผมสีเดียวกับดวงตา ใบหน้าที่เรียบขรึมคุ้นตา

...เหมือนเคยเจอมาก่อน แต่ว่า ที่ไหนกันล่ะ... สึนะคิดในใจในขณะที่มองหน้าที่แสนคุ้นนี้

                เจ้าบาดเจ็บอะไรหรือไม่ ชายหนุ่มผมสีนิลเอ่ยถามคนตรงหน้าเพื่อทำลายบรรยากาศแปลกๆที่เขารู้สึกออกไป แต่เขาก็ต้องอารมณ์เสียเมื่อคนตรงหน้าเอาแต่จ้องหน้าของเขา ไม่ยอมเอ่ยปากพูดอะไร

                นี่... ข้าถามเจ้าได้ยินมั๊ย เขาโบกมือไปมาตรงหน้าของคนตัวเล็ก สึนะสะดุ้งเล็กน้อยเหมือนเพิ่งตื่น เขาเงยหน้าขึ้นถามคนที่อยู่ตรงหน้าของเขา

                เมื่อกี๊ท่านพูดว่าอะไรนะครับ ผมไม่ทันได้ฟัง สึนะถามคนหน้านิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเขา

                ข้าถามว่าเจ้าไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่หรือไม่ คนถูกถามตอบคนตัวเล็กตรงหน้าของตน

                อ้อ... ขะ... ข้าไม่เป็นไร ขอบคุณท่านมากๆ นิสัยไม่คุ้นเคยกับคนอื่นทำให้สึนะพูดกับคนตรงหน้าติดๆขัดๆแถมยังเสียงเบาอีก จึงทำให้คนที่ไม่ค่อยได้ยินถึงกับถามย้ำ

                เจ้าพูดว่าอะไรนะ

                ขะ... ข้าบอกว่า ขะ... ข้าไม่เป็นไร ขอบ... ขอบคุณท่านมากๆ คราวนี้สึนะเพิ่มความดังของเสียง แต่ก็ยังพูดติดๆขัดๆอยู่ ฟังดูเหมือนคนติดอ่างก็ไม่ปาน สึนะได้แต่ก้มหน้ามองพื้นด้วยความอับอายกับนิสัยแปลกประหลาดที่แก้ไม่หายของเขา

                นายคงจะเป็นคุณหนูแปลกประหลาดของตระกูลซาวาดะสินะ ชายหนุ่มผมสีนิลเอ่ยถามคนตัวเล็ก ตรงหน้า

...คุณหนูแปลกประหลาดของตระกูลซาวาดะงั้นหรือ มีใครมาตั้งชื่อแปลกๆให้ข้าอยู่เรื่อย... คนถูกถามคิดในใจ แต่ก็พยักหน้าตอบรับคำถามของคนตรงหน้า

                หึ... เมื่อได้รับคำตอบชายตรงหน้าเขาถึงกับหัวเราะน่ากลัว นั่นทำให้สึนะเงยหน้าขึ้นเพื่อมองหน้าของคนที่หัวเราะเขา แต่...

                “!!!”

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตัดช๊าบบบ~~
แหะๆ ^^;
แบบว่า... พี่สาวบอกว่าให้ตัดไปเลย
หนูก็เลย..
ก่อนอื่นก็ต้องขอโทษที่มาอัพช้านะคะ
เพราะว่าเป็นมือใหม่หัดแต่งก็เลยไม่ค่อยจะมีความคิดที่ดีซักเท่าไรนัก
และก็ต้องขอบอกว่าตอนที่สองก็จะอัพช้าอีกนั่นแหละ
ถ้าไม่สนุกยังไง หรืออยากให้มีเรทนิดๆ หรืออะไรก็แล้วแต่ ก็เม้นท์บอกกันนะคะ
แล้วจะพยายามทำตามอย่างสุดความสามารถค่ะ ^^

Comment

Comment:

Tweet

กรี้ดดดดดดดดดดดดด
ต่อด่วนนนนนนนนนน
big smile big smile big smile big smile

#2 By 11 (183.89.78.126|183.89.78.126) on 2014-08-01 20:22

ยะโฮ่ว มาเจิมคนแรกเลย อิอิ ^^

เอ...พี่ชายของโคลมเนี่ย จะเป็นสัปป้ารึเปล่าน้า อิอิ
เมื่อไหร่ท่านฮิจะโผล่มาล่ะเนี่ย ///ตั้งใจรอ ><

เรามีคำแนะนำเล็กๆน้อยๆมากระซิบบอก อิอิ ลองใช้คำหลายๆแบบแทนสรรพนามของตัวละครดูนะคะ เวลาอ่านจะได้ไม่รู้สึกว่าเจอคำๆนี้บ่อย ลองดูนะ ^^

แล้วก็ขอบคุณมากเลยนะคะที่เข้าไปเยี่ยมอ่านฟิคของเราบ่อยๆ ดีใจมากๆเลยค่ะที่ชอบ ><

เคล็ดลับหรอคะ...จะเรียกว่าเคล็ดลับดีรึเปล่าน้า ฮ่าๆๆ ก็อยู่ที่การเขียนบ่อยๆ เขียนแล้วก็ให้คนอื่นอ่าน จะได้รู้ว่ามีตรงไหนที่เราควรปรับปรุงบ้าง (อย่างลงในเน็ตแบบนี้เนี่ย ดีเลย ^^)
แล้วก็การสังเกตค่ะ สังเกตการแต่งของนักเขียนคนอื่น สังเกตคำที่เขาใช้ แล้วก็ลองมาปรับใช้ในนิยายของเราดู
เวลาแต่งก็ลองนึกว่าเราเป็นตัวละครนั้นๆ เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้จะรู้สึกยังไง ควรพูดอะไร

อย่าลืมเก็บแฟนฟิคที่เราแต่งเรื่องแรกๆไว้ล่ะ พอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ แล้วก็ลองย้อนกลับมาอ่าน แล้วเราจะรู้ว่าแต่ก่อนเราแต่งเป็นยังไง ตอนนี้เป็นยังไง ถ้าเรารู้ว่านิยายเรื่องเก่าๆของเรามีอะไรควรแก้บ้าง แสดงว่าเรามีพัฒนาการในการแต่งแล้วล่ะ ^^

เราเคยลองย้อนมาอ่านแฟนฟิคเรื่องแรกในชีวิต(เมื่อประมาณหกปีที่แล้ว).....แม่เจ้า!!นี่เราแต่งหรือนี่ ทำไมมันต่างจากตอนนี้จัง อะไรประมาณนี้ ฮ่าๆๆ

อย่าเพิ่งท้อ สู้ๆๆๆต่อไป แล้วเราก็จะเก่งขึ้นเอง! ^^

ปล.เหมือนว่าคอมเม้นท์นี้จะยาวมากๆเลยแฮะ ฮ่าๆๆ

#1 By Foggy-cloud on 2011-03-20 21:36